บริษัทสร้างบ้าน

เลือกบริษัทสร้างบ้านอย่างไรให้ได้มาตรฐาน

บริษัทสร้างบ้าน

                การสร้างบ้านนั้นมีวิธีการสร้างที่หลากหลายทั้งเลือกการเลือกใช้บริษัทสร้างบ้าน หรือ การใชริการผู้รับเหมา เองก็เป็นวิธีที่หลาย ๆ คนใช้ด้วยกัน แต่ในบทความนี้ทางเราจะขอพูดถึงการเลือกบริษัทสร้างบ้าน ที่ได้รับมาตรฐกานไว้วางใจ และ เราจะเลือกบริษัทสร้างบ้าน อย่างไรให้ได้มาตรฐานกันละครับ ?

เลือกจากมาตรฐานที่ดี

            มาตรฐานการสร้างจากบริษัทสร้างบ้าน นั้นถือเป้นสิ่งที่สำคัญด้วยเช่นกัน โดยให้เราเลือกจาก บริษัทสร้างบ้านที่มีประวัติการสร้างที่มีมาตฐานการสร้างที่ดี ทีการใช้วัสดุที่มั่นคง และ ไม่มีข่าวเสีย ๆ หาย ๆ ในเรื่องของการบริการผู้บริโภค และ มีตัวอย่างที่ดี ให้เราเลือกได้ดูถึงมาตรฐการสร้างบ้าน

น่าเชื่อถือ

            ความน่าเชื่อถือนั้นเป็นของที่บริษัทสร้างบ้านนั้นต้องใช้ความสามารถสร้างขึ้นมาเอง โดยการให้บริการลูกค้าหลายร้อยคน หลายพันคน จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วสารทิศให้เป้นหนึ่งในบริษัทผู้สร้างบ้าน ดังนั้นในเรื่องของความน่าเชื่อถือเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามนะครับ

ราคาที่ไม่ถูกเกินไป

            อีกข้อที่ต้องระวังและจำเป็นต้องตรวจสอบนั้นคือในเรื่องของ “ราคาสร้างบ้าน” ซึ่งถ้าหากว่าราคาที่บริษัทสร้างบ้าน ที่เราเลือกนั้นเสนอมามีราคาที่ต่ำเกินไป หรือ ราคาถูกไป เราจะต้องถามหาเหตุผลที่ราคาถูกจนเกินไปแล้วละครับ “ว่าทำไมถึงถูก” เพราะบางทีราคาที่ถูกอาจจะมาจากากรสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน และ การใช้อุปกรณ์ หรือ วัสดุที่ไม่มีคุณภาพนั้นเอง

ชื่อเสียง

             ชื่อเสียงเป็นสิ่งที่สำคัญ ด้วยเช่นกัน ดังนั้นในเรื่องของชื่อเสียงนั้นจะสามารถการันตีถึงคุณภาพได้เช่นกัน การเลือกบริษัทสร้างบ้าน จากชื่อเสียงที่ด่างดัง มาสร้างบ้านให้กับเราก็นับว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวนะครับ

                ดังนั้นก่อนที่เราจะเลือกสร้างบ้าน เราควรศึกษาจากอะไรหลาย ๆ อย่างก่อนนะครับ เพราะว่ามีหลายสิ่งที่เราจะต้องรู้ เพราะหากเราตัดสินใจ ชำระเงินไปเสร็จเลย โดยที่ไม่มีการศึกษาให้ดีก่อน อาจจะกลายเป็นปัญหา ให้กับตัวคุณได้นะครับ

หายห่วงเรื่องก้างปลาติดคอ ด้วย 8 เทคนิคเอาก้างปลาออกอย่างได้ผล

ก้างปลาติดคอ ปัญหาใหญ่ของคนที่ชอบรับประทานเมนูปลาเป็นชีวิตจิตใจ เพราะแม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่หากจัดการไม่ได้กลับสร้างความเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย ยิ่งหากฝังในตำแหน่งลึก ๆ หรือตำแหน่งที่เอาออกยาก ยิ่งอาจสร้างความเจ็บปวดบางครั้งถึงขั้นต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลเลย และสำหรับใครที่อาจกังวลกับปัญหานี้ ลองมาดูวิธีนำก้างปลาออกอย่างได้ผลที่จะช่วยให้คุณหายห่วงเรื่องการกินปลาไปได้เลย

1. ดื่มน้ำครั้งละมาก ๆ

วิธีแก้ก้างติดคอที่แสนจะคลาสสิกและวิธีที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและสะดวกกว่าวิธีอื่น ๆ โดยเทคนิคนี้ให้ดื่มน้ำเปล่าครั้งละมาก ๆ และให้ทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง แนะนำให้กลืนน้ำแรง ๆ เพื่อให้น้ำเป็นตัวกลางในการนำก้างที่ติดคออยู่ออก ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับกรณีที่ก้างปลาติดอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ลึกนัก

2. กลืนก้อนข้าว

วิธีนี้อาจจะทรมานจิตใจใครหลายคน เพราะบางคนไม่สามารถทำใจกลืนก้อนข้าวลงคอโดยไม่เคี้ยวได้ แต่รู้หรือไม่ว่าวิธีนี้มีโอกาสนำก้างออกจากคออย่างได้ผล สามารถเลือกใช้ได้ทั้งก้อนข้าวเหนียวหรือข้าวสวย ปั้นเป็นก้อนขนาดที่กลืนลงคอได้ โดยขณะที่กลืนก้อนข้าวลงคอ ก้อนข้าวเหล่านั้นจะนำพาให้ก้างปลาที่ติดอยู่หลุดออกนั่นเอง

3. บอกลาก้างปลาง่าย ๆ ด้วยขนมปัง

ใครที่ไม่สามารถฝืนใจกลืนก้อนข้าวได้ อาจเลือกใช้ขนมปังทดแทน เนื่องจากขนมปังมีรสชาติหวานเล็กน้อยจึงอาจทำให้กลืนง่ายขึ้น วิธีการนำก้างออกจากคอก็ใช้วิธีเดียวกันคือเคี้ยวขนมปังเล็กน้อย อย่าละเอียดมาก จากนั้นกลืนลงคอคำโต ๆ เพื่อให้ก้างปลาหลุด

4. จัดการก้างปลาด้วยมาร์ชเมลโล

แม้มาร์ชเมลโลอาจเป็นขนมที่หลายคนโปรดปราน แต่รู้หรือไม่ว่าสามารถนำมาเป็นตัวช่วยนำก้างปลาออกจากคอได้ เทคนิคก็คล้าย ๆ กับการกลืนก้อนข้าว จะต่างก็ตรงที่ต้องเคี้ยวมาร์ชเมลโลก่อนเล็กน้อย จากนั้นค่อย ๆ กลืนลงคอ โดยความหนุบหนับของเจ้าขนมนี้จะช่วยพาให้ก้างหลุดออกจากคอได้ ที่สำคัญอย่าเคี้ยวละเอียดมากเกินไปเพราะอาจทำให้ไม่ได้ผล

5. น้ำมะนาวคือตัวช่วย

อีกหนึ่งเทคนิคเอาก้างปลาออก โดยเทคนิคนี้เหมาะกับกรณีก้างปลาขนาดเล็กหรือเป็นก้างปลาบาง ๆ เท่านั้น เทคนิคคือจิบน้ำมะนาวทีละนิด เพื่อให้ฤทธิ์กรดอ่อน ๆ ของน้ำมะนาวทำให้ก้างปลาบาง ๆ อ่อนตัวลงและหลุดง่ายขึ้น ทั้งนี้ วิธีนี้อาจต้องพึ่งวิธีอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น การกินน้ำเปล่าตามมาก ๆ หรือการกลืนก้อนข้าว เป็นต้น

6. ก้างปลาอ่อนตัวด้วยน้ำส้มสายชู

วิธีจัดการก้างติดคอที่คล้าย ๆ การดื่มน้ำมะนาว แต่ให้เปลี่ยนมาเป็นน้ำส้มสายชู โดยนำน้ำส้มสายชูเจือจางกับน้ำเปล่า แนะนำให้ผสมจนเจือจางมาก เพื่อเลี่ยงอาการระคายคอ โดยความเป็นกรดอ่อน ๆ จะช่วยให้ก้างปลาอ่อนตัวและหลุดออกง่ายขึ้นเช่นกัน

7. เลือกใช้น้ำมันมะกอกก็ได้ผล

สำหรับบ้านใครที่มีน้ำมันมะกอกติดครัวเอาไว้ก็สามารถนำมาใช้เป็นตัวช่วยได้ เพียงนำน้ำมันมะกอกมาต้มรวมกับน้ำธรรมดา ทิ้งไว้ให้อุ่น จากนั้นค่อย ๆ จิบ โดยน้ำมันมะกอกจะช่วยเคลือบลำคอ เป็นผลให้ก้างปลาหลุดออกง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีคุณสมบัติรักษาแผลในลำคอที่เกิดจากก้างปลาอีกด้วย

8. จัดการก้างติดคอด้วยถั่วต่าง ๆ

เทคนิคนี้สามารถเลือกใช้ได้ทั้งถั่วลิสง อัลมอนด์ และถั่วประเภทอื่น ๆ เทคนิคคือการเคี้ยวถั่วให้ละเอียดครั้งละมาก ๆ จากนั้นค่อย ๆ กลืนลงคอ โดยเน้นการกลืนคำใหญ่ เพื่อให้ถั่วที่กลืนลงไปนำพาก้างให้หลุดออกจากลำคอ

             แม้จะมีเทคนิคมากมายในการนำก้างปลาติดคอออก แต่ถึงอย่างนั้นใครที่นิยมบริโภคเมนูปลาหรือรักการทำเมนูปลาอย่าลืมให้ความสำคัญในขั้นตอนการทำอาหาร ก่อนนำปลาลงทอดในกระทะไฟฟ้าควรนำก้างออกให้หมด หรือหากไปรับประทานอาหารนอกบ้านก็อย่าลืมดูว่าแกะก้างปลาออกหมดแล้วหรือไม่ เพราะบางรายหากไม่สามารถนำก้างออกได้ด้วยตนเอง อาจถึงขั้นต้องส่งโรงพยาบาล ทำให้นอกจากเสียทรัพย์แล้วยังเจ็บตัวอีกด้วย

ช้อป 8.8 Home & Living Sale รับโค้ดส่วนลดสูงสูง 888 บาท! พร้อมคอลเลคชั่น Shopee 9 บาททุกชิ้น ทุกวัน ลูกค้าใหม่รับโค้ดส่วนลดสุดปัง 88%! ช้อปเท่าไหร่ก็ส่งฟรีทั่วประเทศ เริ่ม 24 กรกฎาคม – 8 สิงหาคมนี้!

เพลิดเพลินกับหลากหลายโปรโมชั่นตลอดแคมเปญ 8.8 สินค้า Home & Living แบรนด์ดังลดสูงสุด 50% ทุกวันกับ Million Brand Discount Crazy Price Drop และยังช้อปคุ้มๆ กับคอลเลคชั่นสินค้าราคา 9 บาททุกชิ้นได้ทุกวันในเวลา 9 โมงเช้าและ 3 ทุ่ม ช้อปปั๊ปรับ Coin Cashback สุดอลังสูงสุด 88%! ห้ามพลาด Shopee เกมเศรษฐีแจกกว่า 8,888,888 THB ยิ่งเล่นยิ่งคุ้ม!

Greenhome บริษัทกำจัดปลวกและแมลง

เลือกบริษัทกำจัดแมลงอย่างไรให้มีคุณภาพ

                ปัจจุบันปัญหา แมลง ปลวก นั้นเป็นหนึ่งในปัญหาที่ค่อนจะรุนแรง และ ระบาดอย่างหนักในไทย มีการพบเห็นเจอแมลงต่าง ๆ ในบ้านมากมาย ซึ่งปลวกถือเป็นแมลงที่พบเห็น และ พบเจอได้บ่อยในบ้านแต่ละหลังและจากการสำรวจพบว่าบริษัทกำจัดปลวกบางที่นั้นไม่ได้มาตรฐานในการกำจัดทำให้ไม่นานก็กลับมาเจอปัญหาเดิม ๆ อีก ดังนั้นก่อนที่เราจะเลือกบริษัทกำจัดแมลง ปลวก เราควรพิจารณาปัจจัยพื้นต่าง ๆ เรานี้ก่อน

รีวิวจากการใช้งานจริง

            ไม่มีอะไรที่จะน่าเชื่อถือเท่ากับคนที่เคยใช้งานมาก่อนเราแล้วละครับ ดังนั้นการอ่านรีรวิวจากผู้ใช้งานจริงจะช่วยให้เราตัดสินใจในการเลือกใช้บริการได้ง่ายขึ้นและเราจะได้รู้ว่าบริษัทที่เราเลือกใช้บริการนั้นในความเห็นของคนที่เคยใช้งานมานั้นมีบริการที่ดีหรือแย่กันแน่ ?

ความเป็นมืออาชีพ และความปลอดภัย

            ในเรื่องต่อมานั้นคือความปลอดภัยของรา และ ความเป็นมืออาชีพของบริษัทกำจัดปลวก และ แมลง ที่เราเลือกนั้นมีความเป็นมืออาชีพพอหรือไม่ ? และ ความเป็นมาตรฐานนั้นดีพอหรือไม่ ? อย่างเช่น การใช้สารเคมีนั้น ใช้สารเคมีที่มีการรับรองจากองการณ์อาหารและยาหรือไม่  หากเลือกใช้บริษัทนี้แล้วราจะปลอดภัยหรือไม่ ?

Greenhome บริษัทกำจัดปลวกและแมลง

ความซื่อสัตย์ และ บริการหลังการขาย

            เนื่องจากการทำงานแบบนี้จะต้องมีการตีราคาก่อนเริ่มงาน ดังนั้นบริษัทที่เราเลือกนั้นมีความซื่อสัตย์หรือไม่ ? ไม่ได้ตีราคาเกินจริง ราคาอยู่ในความเป็นกลาง ไม่เปาเปรียบผู้บริโภค และการยืนยันบริการหลังการขายหรือไม่ ? ว่าถ้าหากเราใช้บริการบริษัทแล้วจะมีประกันหลังการขายให้กับเรา

                ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการบริการเป็นบริษัทกำจัดปลวกและแมลง ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นทุกท่านสามารถหาได้จาก Greenhome บริษัทกำจัดปลวกและแมลง แบบมืออาชีพ มั่นใจได้เลยว่าปลอดภัย ปัญหาปลวกและแมลงในบ้านหายไปอย่างถาวรแน่นอน

Summer Bowl Menu

สดชื่นไปกับ Summer Bowl Menu ของดีจากฮาวาย ส่งต่อถึงไทยเอาใจสาย Healthy

                ฮาวาย ดินแดนในฝันของผู้ที่หลงรักแสงแดดและเกลียวคลื่น ดินแดนแห่งการปล่อยพลังเพื่อทำกิจกรรมทางน้ำต่าง ๆ มากมายท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัด ทำให้จำเป็นต้องมีเมนูเรียกคืนพลังและความสดชื่นอย่าง อาซาอิ (Acai) สมูทตี้ที่ทำจาก
อาซาอิ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน มาพร้อมกับท็อปปิ้งผลไม้ท้องถิ่นหรือผลไม้ตามฤดูกาล เป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่โด่งดังไปทั่วโลก ที่วันนี้ความอร่อยมากความสดชื่นนี้ถูกยกมาอยู่ในเมืองไทยเรียบร้อยแล้วกับ Summer Bowl ร้าน Smoothie Bowl ที่เกิดขึ้นจาก Passion ที่เจ้าของร้านมีต่อเมนูอาซาอิ และวันนี้เราจะมาแนะนำ Summer Bowl Menu ที่หากคุณได้ลองแล้วจะติดใจ

ออริจินอล โบวล์ (Original Bowl)

สมูทตี้อาซาอิที่ถูกปั่นจนเนื้อเหนียวหนึบคล้ายไอศกรีม Gelato รสเบอร์รี่ ให้สัมผัสที่เนียนนุ่มเย็นชื่นใจ ประดับประดาด้วยท็อปปิ้งที่เพิ่มคุณค่าทางอาหารอย่างกราโนลา และกล้วยหอม เป็นเมนูสมูทตี้โบวล์ดั้งเดิมที่ดูเรียบง่าย แต่รสชาติไม่ธรรมดาเอาเสียเลย

ซัมเมอร์ โบวล์ (Summer Bowl)

เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด เมนูคืนความสดชื่นในวันที่แดดจัดของฤดูร้อน สมูทตี้อาซาอิเบอร์รี่สัมผัสเหนียวนุ่มรสหวานอมเปรี้ยวที่ปราศจากน้ำตาล ดีต่อสุขภาพ ท็อปปิ้งด้วยผลไม้มากสารอาหารอย่างกล้วยหอม และสตรอว์เบอร์รี ปิดท้ายด้วยความสนุกจากสัมผัสกรุบกรอบเคี้ยวเพลินของกราโนลาสดใหม่ มะพร้าวอบกรอบ และเมล็ดเจียที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารมากมาย

วายกิกิ โบวล์  (Waikiki Bowl)

อีกหนึ่งเมนูยอดนิยมของทางร้าน Summer Bowl Menu สำหรับคนชอบผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน ด้วยความโดดเด่นของรสชาติสมูทตี้อาซาอิเบอร์รี่ ที่ช่วยชูรสผลไม้รสเปรี้ยวที่นำมาเป็นท็อปปิ้งหลักอย่างมะม่วง เสาวรส กีวี่ ให้โดดเด่นทานแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่าสดชื่นกว่าเดิมแบบยกกำลังสอง ตัดรสเปรี้ยวลงสักนิดด้วยรสหวานของกล้วยหอม มะพร้าวอบกรอบ ปิดท้ายด้วยกราโนลากรุบกรอบที่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหาร รังสรรค์เมนูที่อุดมไปด้วย Vit C ที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาด

อาซาอิ เลิฟเวอร์ โบวล์  (Acai Lover Bowl)

ปิดท้ายด้วยเมนูสำหรับคนรักอาซาอิอย่างแท้จริง กับ Summer Bowl Menu สุดพิเศษที่ให้คุณได้ดื่มด่ำกับอาซาอิล้วน ๆ อย่างจุใจ ไม่มีผลไม้หรือธัญพืชอื่นใดมาลดทอนความรักที่คุณมีให้กับอาซาอิได้ เรียกได้ว่าเป็นเมนูสำหรับอาซาอิเลิฟเวอร์ขนานแท้

ความสดชื่น 4 แบบกับ 4 เมนูที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ เป็นเมนูที่คัดแล้วว่าต้องลอง สำหรับใครที่ยังไม่เคยสัมผัสความอร่อยรูปแบบนี้ คุณจะลืมการทานไอศกรีมแบบเดิมไปเลย ถือเป็นเมนูของหวานเพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ขนมหวานเพื่อสุขภาพที่มีวัตถุดิบหลักเป็นอาซาอิ ผลไม้ที่ถูกขนานนามว่า Super Food ทานแล้วดีต่อสุขภาพร่างกายสุด รู้อย่างนี้แล้วอย่ารอช้า ออกไปอินเทรนด์สั่งอาซาอิจากร้าน Summer Bowl มาทานกันเลยดีกว่า

ห้องนอนเด็ก

หากไม่อยากเสียใจ และเสียลูกรักไปในภายหลัง ควรทำตามบทความนี้!

ลูก เปรียบเสมืองดวงใจของพ่อและแม่ ฉะนั้น หากลูกรักเกิดเป็นอะไรขึ้นมา คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงใจสลายไม่เหลือชิ้นดี ฉะนั้น บทความนี้เราจึงมี 6 ข้อควรทำ เพื่อเสริมความปลอดภัยแก่ลูกน้อยมาฝาก

6 ข้อควรทำ เพื่อเสริมความปลอดภัยแก่ลูกน้อย

  • เวลาเลือกซื้ออุปกรณ์ต่างๆ สำหรับเด็กควรได้มาตรฐาน เช่น เตียง ชิงช้า รถเข็น ควรศึกษาข้อมูลต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการเลือกอุปกรณ์และของใช้สำหรับเด็กที่ได้มาตรฐาน ซึ่งถูกออกแบบและทดสอบเพื่อความปลอดภัยของเด็ก
  • เก็บสายไฟ และวัตถุชิ้นเล็กที่เด็กสามารถกลืนลงคอให้พ้นมือเด็ก เพราะในช่วงที่ฟันของลูกน้อยกำลังจะขึ้น เด็กจะคันเหงือกและอยากกัดทุกอย่างที่คว้าได้
  • เก็บผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มักมีสีสันสดใสและกลิ่นหอมให้พ้นมือเด็ก เนื่องจากน้องๆ หนูๆ ยังไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างน้ำผลไม้และน้ำยาทำความสะอาด ดังนั้นจึงควรเก็บให้พ้นมือเด็กก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
  • หน้าต่างควรมีที่ล็อคอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันเด็กพลัดหล่นจากตึก นอกจากนี้ไม่ควรวางเตียงเด็กหรือเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ไว้ใกล้หน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ เพราะเด็กอาจปีนป่ายและตกตึกได้
  • ไม่ควรใช้หมอนและผ้าห่มที่มีน้ำหนักมากบนที่นอนเด็ก ผ้าห่มที่ควรใช้ควรเป็นผืนใหญ่ผืนเดียวที่สามารถเก็บชายผ้าห่มไว้ที่ใต้เบาะได้ ซึ่งจะปลอดภัยกว่าการใช้ผ้าห่มหลายๆ ผืน ที่อาจพันตัวเด็กได้
  • เครื่องหอมและดอกไม้แห้งควรเก็บให้พ้นมือเด็ก น้ำมันและสารเคมีต่างๆ ก็เช่นเดียวกัน เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสารพิษ แต่เด็กๆ อาจคิดว่าเป็นขนม

อย่างไรก็ตาม คุณสามารถเนรมิต 6 ข้อควรทำ เพื่อเสริมความปลอดภัยแก่ลูกน้อยได้ด้วยบริการรับบิ้วอินบ้าน เพราะบริการรับบิ้วอินบ้านเป็นบริการที่เข้าอกเข้าใจในทุกความต้องการของคุณ โดยเฉพาะความต้องการของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่ความปลอดภัยของลูกรักต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง แถมบริการรับบิ้วอินบ้านยังมีไอเดียที่สุดล้ำมากมายไว้คอยช่วยคุณในเวลาที่คุณคิดไอเดียไม่ออก หรือไม่มีเวลาที่จะคิดนั่นเอง และที่สำคัญบริการรับบิ้วอินบ้านยังเป็นบริการที่งานจบแต่ความห่วงใยไม่จบอีกด้วย เพราะบริการรับบิ้วอินบ้านจะคอยอยู่ซัพพอร์ตคุณไปจนกว่าคุณจะไม่พบเจอปัญหาใดๆ ในการใช้งาน แหม ดีขนาดนี้จะไม่ลองใช้บริการดูหน่อยหรอ ?

grade

อยากได้เกรด 4 ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

       ใครรู้สึกที่กำลังท้อใจและท้อแท้กับเกรดเทอมที่ผ่านมาอันแสนน้อยนิดเหลือเกิน หรือเกรดยังไม่ดีเท่าตามใจเราหวัง ลองมาตั้งใจใหม่กันอีกครั้ง ลองมาพยายามกันใหม่ กับ 6 วิธี ให้ได้เกรดดีในเทอมต่อไป

  1. “เป้าหมาย” เป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าเราจะอยู่วัยทำงาน วัยเรียน หรือวัยไหน เป้าหมายก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะทำให้เราตั้งใจและเดินทางไปสู่เป้าหมายได้อย่างสวยงาม โดยเป้าหมายจะต้องไม่กดดันเรามากเกินไปด้วยนะ เช่น น้องๆ ลองตั้งไว้ว่า เทอมหน้าต้องการ เกรด 3.00 ขึ้นไป หรืออยากจะได้เป็น 1 ใน 5 ของห้องเรียน
  2. “ลดแรงกดดัน” ผลักดันกับกดดัน มันค่อนข้างต่างกันนะ เราลองลดแรงกดดันแล้วเริ่มแรงผลักดัน เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้อย่างมีความสุข เช่น คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้ไม่ดีพอในครั้งนี้ อย่าเพิ่งกดดันตนเอง ลองหาแรงบันดาลใจ เช่นการดู series เกี่ยวกับการเรียนสักเรื่อง ที่ทำให้เรารู้สึกอยากเป็นแบบตัวละคร แล้วค่อยๆ หาวิธีที่ทำให้เราจะได้คะแนนสอบในครั้งต่อไปดีขึ้นกว่าเดิม
  3. “เตรียมอุปกรณ์” หลายๆ คน มักชอบเดินหาอุปกรณ์เครื่องเขียนต่างๆ ที่มีความน่ารัก สดใส หรือสไตล์มินิมอลสุดคูล แบบไหนก็ได้ ที่ทำให้เรารู้สึกอยากจด อยากเขียน อยากบันทึกอะไรลงไป แล้วลองเรียนรู้จากแหล่งใหม่ๆ เช่น เทอมที่แล้วเกรดภาษาอังกฤษไม่ค่อยดีเลย ลองหาภาพยนตร์ต่างชาติที่เป็นซับไตเติลดูสักเรื่อง แล้วจดบันทึกคำศัพท์ใหม่ๆ หรือรูปประโยคที่น่าสนใจ ด้ายเครื่องเขียนที่เราชื่นชอบ รับรองทั้งสนุกทั้งได้ความรู้
  4. “Studygram” เป็นไดอารี่ที่ใช้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการเรียน การอ่านหนังสือ การทำข้อสอบ ของตัวเองที่ทันสมัย และเหมาสำหรับคนที่ไม่ชอบเขียนเป็นอย่างมาก โดย studygram เป็นการบันทึกในแอพพลิเคชั่น Instagram  ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปหนังสือที่เราอ่าน ถ่ายความคืบหน้าของงาน การบ้านที่ได้รับมอบหมาย หรือแม้กระทั่งการหาแรงบันดาลใจผ่าน แฮชแท็ก #studygram ที่มีคนสนใจและทำเพื่อกระตุ้นให้เราตั้งใจมากยิ่งขึ้น
  5. “แบ่งเวลา” แน่นอนว่า ถ้าหากเรามุ่งมั่นมันก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าอะไรที่มันมากเกินไปอาจทำให้เราไม่มีความสุข และทำให้เราล้มเลิกความตั้งใจได้ง่ายๆ แล้วสุดท้ายเป้าหมายที่ตั้งไว้ในข้อ 1 ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ดังนั้น เราลองมาจัดสรรปันส่วนให้มันสมดุลกัน ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป เช่น เลิกเรียนแล้วให้เวลากับตัวเองได้พักผ่อนเล่นโทรศัพท์คู่ใจสัก 1-2 ชั่วโมง หรือออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ แถวบ้านสักหน่อยแล้วกลับมาทำการบ้านและอ่านหนังสือ สุดท้ายก็ค่อยอาบน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะ
  6. “ประเมินตนเอง” หากน้องๆ ได้ลองทำตั้งแต่ข้อที่ 1 จนถึงข้อที่ 5 แล้ว ลองประเมินตัวเองสักหน่อยว่าที่ทำมานั้นเรามีความสุขกับการเรียน ไม่เครียด และค่อยๆเขยิบเข้าใกล้เป้าหมายทีละน้อย ถ้าวิธีไหนยังไม่ถูกใจหรือเครียดเกินไป ลองหาวิธีดูไปเรื่อยๆ แล้วเราก็จะสำเร็จตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้ สู้ๆ

ใช้สีปากเน้นคำอย่างเข้าใจ ช่วยจดจำได้ไม่ลืม

          ช่วงเตรียมสอบของนักเรียนนักศึกษา แทบทุกคนจะต้องเผชิญกับภาวะของการ “อ่าน” หนังสือวิชาการ ตำราเรียนเป็นจำนวนไม่น้อยเพื่อเตรียมตัวสอบ ยิ่งหากมีหลายวิชาประกาศสอบไล่เลี่ยกันยิ่งเหมือนเป็นงานหินที่เราจะต้องอ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาในรายวิชาจากตำราเรียนและเลทเชอร์ที่เอาไว้ให้มากที่สุด ลำพังหากเราอ่านให้เนื้อหาผ่านๆตาอย่างเดียวเมื่ออ่านเสร็จปิดหนังสือเราก็คงจะจำได้บ้าง ลืมไปบ้าง หรือจำได้คร่าวๆ ทางที่ดีคือหา “ตัวช่วย” มาเพิ่มการจดจำให้กับการอ่านหนังสือของเราดีกว่า

          ตัวช่วยที่อยากจะนำกันในวันนี้คือ “ปากกาเน้นคำ” เมื่อพูดแบบนี้แล้วหลายคนคงจะไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเพราะดูเป็นของธรรมดาๆที่พบได้ตามร้านเครื่องเขียนทั่วๆไป แต่รู้หรือไม่ว่าปากกาเน้นคำนั้นมีสีสันที่แตกต่างกันและแต่ละสีก็มีผลต่อการจดจำของคนเราที่แตกต่างกันไปด้วย

          สีที่เราน่าจะคุ้นเคยมากที่สุดคือปากกาเน้นคำสีเขียว (โดยเฉพาะเฉดสีเขียวมะนาว) ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเป็นสีที่ช่วยผ่อนคลาย (เหมือนกับเวลาที่เรามองต้นไม้ใบไม้) และช่วยเพิ่มสมาธิ รวมทั้งเรื่องความจำ ดังนั้นสีเขียวจึงเหมาะสำหรับการจดในสิ่งที่เราต้องมาทบทวนซ้ำ หรือเน้นย้ำข้อความที่มีความยาว เช่น คำอธิบาย นิยาม หรือความหมายต่าง ๆ

          สีส้ม เป็นอีกหนึ่งสีของปากกาเน้นคำที่มักจะนิยมใช้กันไม่น้อย ด้วยพื้นฐานของสีส้มเป็นสีที่ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น มีความสดใส เหมาะสำหรับการเน้นที่ประโยคที่มีใจความสำคัญ (Main Idea) หรือประโยคที่มีการเปรียบเทียบ (Compare)

          สีแดง หรือสีมพู เป็นสีที่มีความดึงดูด สะดุดตา เป็นสีที่ดูโดดเด่นกว่าทุกสีทั้งหมด เหมาะสำหรับการเน้น ข้อความ หรือคำศัพท์ขนาดสั้น ข้อความที่สำคัญมาก ๆ ต้องจดจำ ตลอดจนการเขียนแทรกเพิ่มเติมด้วยปากกาแดงหรือการกาดอกจันทน์ก็จะช่วยเน้นย้ำถึงความสำคัญเวลาที่อ่านทบทวนได้

          สีฟ้า หรือ สีน้ำเงิน เป็นอีกหนึ่งสีของปากกาเน้นคำ ด้วยพื้นฐานของสีเป็นสีที่ให้ความสบายตา อ่านง่าย ให้ความรู้สึกสงบสุขุม เป็นทางการ น่าเชื่อถือ จะเห็นได้ว่า สีน้ำเงินจึงเป็นสีพื้นฐานของการเขียนหนังสือเพราะปากกาที่เราใช้จดใช้เขียนกันอยู่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่เป็นสีน้ำเงิน ดังนั้นสีน้ำเงินในส่วนของการเน้นคำจึงเหมาะกับการเน้นประโยชน์ที่เป็นรายละเอียดทั่วไปนั่นเอง

          ส่วนในบรรดาสีที่ไม่เอื้อต่อการจดจำก็คือ สีที่มีโทนออกไปทางสีเข้ม เช่น สีดำ หรือสีน้ำตาล แม้ว่าจะไม่ได้ถูกผลิตให้เป็นสีในปากกาเน้นคำก็ตาม แต่ด้วยพื้นฐานของสีที่ไม่ได้ช่วยในเรื่อการจดจำถ้าเรานำมาใช้สำหรับขีดเขียน จดเนื้อหาก็อาจจะไม่ค่อยได้ช่วยให้เราจำได้ดีขึ้นสักเท่าไหร่ และอีกข้อพึงระวังหนึ่งของการใช้ปากกาสีก็คืออย่าใช้หลายสีในคราวเดียวกัน เพราะจะทำให้เกิดการสับสนนั่นเอง

hat

การเรียนรู้พัฒนาความคิด ทฤษฎีหมวก 6 ใบ

 ความคิดที่เกิดเป็นทัศนคติ ย่อมเกิดจากสิ่งแวดล้อม และประสบการณ์ในชีวิตที่เราพบเจอมาและความคิดต่างๆเหล่านี้ก็มีผลในด้านการพัฒนาตัวเองรวมไปถึงการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอีกทั้งยังมีผลต่อการคิดวิเคราะห์และการสรุปใจความได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กวัยเรียนการพัฒนาความคิดและทักษะทางด้านการคิดนั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากซึ่งในปัจจุบันนี้ได้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องทฤษฎีหมวก 6 ใบซึ่งมีผลทำให้มนุษย์มีการคิดอย่างมีประสิทธิภาพมีความสร้างสรรค์และรอบด้านมากยิ่งขึ้นดังนั้นวันนี้เรามา ทำความรู้จักกับทฤษฎีหมวก 6 ใบ นี้กัน

  • หมวกสีขาว   หมายถึงข้อเท็จจริงที่มีความเป็นกลางต้องอาศัยข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับผลงานวิจัยหรือตัวเลขต่างๆเป็นองค์ประกอบ ดังนั้นการคิดโดยใช้หมวกสีขาวจะต้องอาศัยข้อมูลเท็จจริงโดยปราศจากความรู้สึกและทัศนคติส่วนตัวรวมไปถึงความคิดเห็นต่างๆของผู้ร่วมประชุมหรือผู้ร่วมในทีมนั้น
  • หมวกสีแดง   หมายถึงการแสดงออกตามอารมณ์รวมไปถึงสัญชาตญาณและความรู้สึกอีกทั้งยังมีลางสังหรณ์เป็นองค์ประกอบดังนั้นการคิดโดยการใช้หมวกสีแดงจึงเป็นการคิดโดยการใช้ความรู้สึกส่วนตัวรวมกับเรื่องดังกล่าวทั้งทัศนคติความชอบและความไม่ชอบต่อเรื่องนั้นโดยที่ไม่ต้องมีการคำนึงถึงเหตุผลใดๆทั้งสิ้น
  • หมวกสีดำ   เป็นความคิดเชิงลบหมายถึงการบอกปฏิเสธและบอกถึงสิ่งที่ไม่เหมาะสมไม่ควรปฏิบัติตนไปถึงจุดด้อยอุปสรรคและข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้น ดังนั้นการคิดโดยการสวมหมวกสีดำจึงทำหน้าที่เป็นเหมือนฝ่ายค้านที่จะคอยโต้แย้งว่าสิ่งใดไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงสิ่งใดไม่ใช่เพื่อช่วยให้การทำงานหรือการเรียนและการปฏิบัติงานต่างๆนั้นไม่เกิดความสูญเปล่าหรือสูญเสียโดยไม่จำเป็น
  • หมวกสีเหลือง   คือตัวแทนของการมองโลกในแง่ดีการสร้างโอกาสและการสร้างจุดเด่นมองเห็นแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ในเชิงบวกมีความกระหายใคร่รู้และการทำสิ่งต่างๆด้วยความสุขมีความหวังในการสร้างสรรค์ผลงานดังนั้นผู้ที่สวมหมวกสีเหลืองในการคิดจะต้องเป็นผู้ที่ต้องการข้อมูลและข้อมูลนั้นต้องเป็นข้อมูลในแง่ดี มีโอกาสที่จะนำมาพัฒนาต่อยอดได้
  • หมวกสีเขียว   คือตัวแทนของความเจริญงอกงามความคิดริเริ่มสร้างสรรค์รวมไปถึงการคิดนอกกรอบผู้ที่ใช้หลักการคิดโดยสวมหมวกสีเขียวจะต้องใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ความคิดใหม่ๆนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น
  • หมวกสีน้ำเงิน   หมายถึงการควบคุมและการบริหารกระบวนการความคิดต่างๆเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นข้อสรุปความคิดรวบยอดสรุปยุติข้อขัดแย้งมองให้เห็นภาพรวมทั้งระบบดังนั้นการคิดโดยใช้หมวกสีน้ำเงินจึงเท่ากับว่าเราผ่านกระบวนการความคิดจากห่วงอีก 5 ใบมาแล้วเมื่อมาถึงจุดนี้จึงเป็น ส่วนสำคัญในการตัดสินใจเป็นบทบาทที่เทียบเท่ากับว่านี่คือบทบาทของหัวหน้าหรือผู้นำในการควบคุมการดำเนินการรวมไปถึงหาข้อสรุปผลเพื่อให้บรรลุในเป้าหมายที่ต้องการ